บทที่ 1 แค่เกม

เหลือเวลาอีกเพียงหนึ่งเดือนก็จะถึงวันแต่งงาน

เซเรน่า ร็อธเวลล์ กำลังนั่งเย็บชุดแต่งงานด้วยมืออยู่ที่บ้าน และเกือบจะเสร็จสมบูรณ์ในขั้นตอนสุดท้ายแล้ว ตอนที่โทรศัพท์ของเธอสั่นเตือนเพราะมีข้อความจากเพื่อนคนหนึ่งของ เชส วิทมอร์ ส่งเข้ามา

[เซเรน่า มาที่นี่เดี๋ยวนี้เลย เชสแพ้เกมจริงหรือกล้า แล้วต้องจูบกับบรีแอล]

เซเรน่าถึงกับสะอึก หญิงสาวทิ้งชุดแต่งงานในมือลงโดยไม่พูดอะไรสักคำ แล้วรีบเรียกอูเบอร์ตรงไปยังสตาร์ไลท์คลับทันที เธอร้อนใจจนรอลิฟต์ไม่ไหว หญิงสาววิ่งก้าวขึ้นบันไดทีละสองขั้นจนถึงชั้นสาม แล้วผลักประตูเข้าไปอย่างแรง

ภายในห้องวีไอพี แสงไฟสีอำพันอาบไล้ทุกสิ่งให้จมดิ่งอยู่ในเงามืดอันแสนเย้ายวน เชสนั่งอยู่ตรงกลางห้องในชุดสูทสั่งตัดเนี้ยบกริบ ขณะที่ บรีแอล มอนโร ในชุดเดรสสายเดี่ยวสีดำ กำลังนั่งคร่อมอยู่บนตักพร้อมกับยกสองแขนขึ้นคล้องคอเขาไว้ มือหนาของเชสสอดประสานเข้าที่ท้ายทอยของหญิงสาว ขณะที่ริมฝีปากของทั้งคู่แนบชิดบดเบียดกันในจุมพิตอันเร่าร้อน

เสียงดนตรีจังหวะหนักหน่วงดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ สอดประสานไปกับเสียงโห่ร้องหัวเราะอย่างสนุกสนาน บทจูบมาราธอนสิบนาทีเต็ม กำลังจะจบลงโดยเหลือเวลาบนหน้าปัดจับเวลาอีกเพียงแค่สิบวินาทีเท่านั้น บรรดาเพื่อนฝูงพากันประสานเสียงนับถอยหลัง "เอาเลยเชส! สิบ! เก้า! แปด! เจ็ด..."

เสียงเชียร์ยิ่งทวีความตื่นเต้นขึ้นตามตัวเลขที่ลดลง เซเรน่ายืนตัวแข็งทื่ออยู่ตรงกรอบประตู ทอดสายตามองภาพเหตุการณ์ทั้งหมดที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า เธอเห็นกระทั่งจังหวะที่เชสสอดแทรกเรียวลิ้นเข้าไปในโพรงปากของบรีแอล เกี่ยวกระหวัดรัดรึงกับลิ้นของอีกฝ่าย วินาทีนั้น ใบหน้าของเซเรน่าซีดเผือดไร้สีเลือด ความรู้สึกคลื่นเหียนปั่นป่วนตีตื้นขึ้นมาในช่องท้อง

จนกระทั่งสิ้นสุดเสียงนับถอยหลัง ทั้งสองจึงค่อยๆ ผละออกจากกันอย่างอ้อยอิ่ง บรีแอลช้อนตามองเชสอย่างเอียงอาย ก่อนจะซุกใบหน้าลงกับแผงอกกว้างของเขา เชสก้มลงมองหญิงสาวบนตัก มุมปากของเขายกยิ้มอย่างพึงพอใจ ราวกับว่าเขาเพลิดเพลินกับรสจูบเมื่อครู่อย่างถึงที่สุด

ทันใดนั้น ใครคนหนึ่งก็โพล่งขึ้นมา "เซเรน่า?"

บรรยากาศครึกครื้นภายในห้องพลันเงียบกริบ สายตาหลายคู่ค่อยๆ หันมามองที่เซเรน่าเป็นตาเดียว เชสกับบรีแอลหันมามองทางเธอเช่นกัน เซเรน่าไม่ได้เอื้อนเอ่ยคำใด เธอเพียงแค่จ้องมองเชส สบตากับเขาตรงๆ ทั่วทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบสงัด

เมื่อเห็นดังนั้น เชสจึงดันตัวบรีแอลออกห่าง เขาขมวดคิ้วมุ่นราวกับกำลังหงุดหงิดที่เซเรน่าเข้ามาขัดจังหวะ "มันก็แค่เกมป่ะ ถึงกับต้องรีบถ่อมาที่นี่เลยหรือไง"

น้ำเสียงรำคาญใจของเขาพุ่งเข้าทิ่มแทงหัวใจของเซเรน่าราวกับเข็มนับพันเล่ม เธอและเชสคบหาดูใจกันมาถึงเจ็ดปีแล้ว ทว่าในช่วงปีที่ผ่านมา เขากลับบ้านน้อยลงทุกที เธอไม่ได้หูหนวกตาบอดเรื่องที่เขาชอบออกไปปาร์ตี้สังสรรค์ ซึ่งเธอก็อดทนยอมรับมันได้เสมอมา แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่เธอไม่มีวันยอมทนเด็ดขาด นั่นคือการนอกใจ

เขารู้เรื่องนี้ดี ทว่าเขาก็ยังเลือกที่จะทำแบบนี้กับเธออยู่ดี

ความโกรธเกรี้ยวที่อัดอั้นอยู่ภายในใจพลันจุกอกจนแทบระบายออกมาไม่ได้

เซเรน่าแค่นหัวเราะอย่างขื่นขม "คุณพูดถูกค่ะ คุณวิทมอร์ มันคงจะดีกว่านี้มากถ้าฉันไม่โผล่มา คุณจะได้ทำอะไรต่อมิอะไรได้ตามสบายใจชอบ ฉันก็แค่ควรจะแกล้งหูหนวกตาบอดไปตลอดชีวิตเลยใช่ไหมคะ"

คำประชดประชันของเธอทำให้สีหน้าของเชสทะมึนตึงขึ้นมาทันที "ก็บอกไปแล้วไงว่ามันเป็นแค่เกม จะมาทำตัวดราม่าอะไรนักหนา อย่าลืมนะว่าเรากำลังจะแต่งงานกันในอีกหนึ่งเดือน ไม่มีใครมาแย่งตำแหน่งคุณนายวิทมอร์ไปจากคุณได้หรอกน่า"

นี่เขากำลังขู่เธออย่างนั้นเหรอ? ถ้าเธอยังอยากจะแต่งงานกับเขาและรักษาตำแหน่ง 'คุณนายวิทมอร์' เอาไว้ เธอควรจะหลับหูหลับตาปล่อยผ่านพฤติกรรมนอกลู่นอกทางของเขาไปอย่างนั้นใช่ไหม?

แต่เขาจะไปรู้ได้อย่างไรว่าแท้จริงแล้วเซเรน่าคือลูกสาวคนรองของตระกูลร็อธเวลล์ หนึ่งในทายาทของพวกเขา? เพื่อที่จะได้อยู่กับเชส เธอยอมสละสิทธิ์ในมรดก ทุ่มเทสนับสนุนเขาอย่างสุดหัวใจขณะที่เขาสร้างธุรกิจจากสตูดิโอเล็กๆ จนกลายเป็นบริษัทมหาชนมูลค่าหลายพันล้าน และตอนนี้สิ่งนั้นกลับกลายเป็นอาวุธที่เขาใช้ฟาดฟันเธออย่างนั้นหรือ?

เซเรน่ามองผู้ชายที่เธอรักมาตลอดเจ็ดปีเต็ม "คุณยังจำได้สินะว่าเรากำลังจะแต่งงานกัน เชส ฉันไม่จำเป็นต้องแต่งงานกับคุณก็ได้!"

เธออดทนและยอมประนีประนอมครั้งแล้วครั้งเล่าเพราะเซเรน่าทำใจปล่อยเขาไปไม่ได้ ปล่อยความสัมพันธ์นี้ไปไม่ได้ แต่ถ้าเขาเบื่อหน่ายเต็มทน ถ้าเขาเสียใจกับทุกสิ่งและไม่อยากแต่งงานกับเธอ เขาก็แค่พูดออกมาตามตรง เธอจะยังเกาะติดเขาอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่อีกหรือ?

เมื่อได้ยินคำพูดของเธอ แววตาของเชสก็ฉายแววหงุดหงิดวูบหนึ่ง แต่เขาก็ยังลุกขึ้น เดินตรงไปหาเซเรน่าแล้วลดเสียงลง "อย่าพูดในสิ่งที่คุณไม่ได้หมายความตามนั้นเลย กลับบ้านไปก่อนเถอะ แล้วเราค่อยคุยเรื่องนี้กันที่บ้าน"

เขาเอื้อมมือไปจับมือเธอ กะจะเกลี้ยกล่อมด้วยคำพูดไม่กี่คำเหมือนที่เคยทำมาตลอด

เซเรน่าสะบัดมือออก มือคู่นั้นของเขาเพิ่งสัมผัสผู้หญิงคนอื่นมา เธอรู้สึกขยะแขยง

เมื่อเห็นว่าเธอไม่ยอมไว้หน้าเขาเลย ในที่สุดความอดทนของเชสก็ขาดผึง "เซเรน่า คุณต้องอาละวาดให้เป็นเรื่องใหญ่ด้วยเหรอ? คิดดูให้ดีนะ ถ้าคุณไม่ได้แต่งงาน คุณก็จะไม่เหลืออะไรเลย"

คำพูดเหล่านั้นทำเอาเซเรน่าถึงกับหลุดขำ เธอพยักหน้า กำลังจะตอบโต้กลับไปตอนที่บรีแอลลุกขึ้นและเดินเข้ามาหาพวกเขาด้วยสีหน้าน่าสงสาร

"คุณร็อธเวลล์คะ ได้โปรดอย่าโกรธเชสเลยนะคะ เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกี้มันเป็นแค่เกมจริงๆ เราสองคนไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกันเลย ได้โปรดอย่าเข้าใจผิดเลยนะคะ"

เซเรน่าไม่ได้กะจะสนใจเธอตั้งแต่แรก เมื่อผู้ชายต้านทานสิ่งยั่วใจไม่ได้ มันก็ไม่ใช่ความผิดของผู้หญิงอีกฝ่ายไปเสียทั้งหมด แต่ผู้หญิงคนนี้ยั่วยวนคู่หมั้นของเธอแล้วยังมีหน้ามาเล่นบทเหยื่ออีกงั้นหรือ?

สายตาของเซเรน่าเต็มไปด้วยความดูแคลน "คุณมอนโร คุณนี่หน้าด้านไม่เบาเลยนะ ยั่วผู้ชายของฉันแล้วยังจะมาทำตัวใสซื่ออีก?"

"คุณร็อธเวลล์ ทำไมคุณถึงพูดกับฉันแบบนั้นล่ะคะ?" ขอบตาของบรีแอลแดงก่ำด้วยความเจ็บปวดขณะที่เธอคว้ามือเซเรน่าอย่างอ้อนวอน "คุณร็อธเวลล์ ได้โปรดเชื่อฉันเถอะค่ะ ฉันกับเชสเราเป็นแค่เพื่อนร่วมงานกันจริงๆ ฉันขอร้องล่ะค่ะ อย่าทะเลาะกับเชสเพราะฉันเลยนะคะ?"

ช่างเป็นการแสดงบทบาท 'ฉันไม่สำคัญหรอก แค่อย่าให้ฉันต้องเป็นตัวการทำลายความสัมพันธ์ของพวกคุณเลย' ที่สมบูรณ์แบบเสียนี่กระไร ช่างดูสูงส่งและใจกว้างเหลือเกิน

เซเรน่าแทบจะประทับใจในทักษะการแสดงนั้น เธออดไม่ได้ที่จะฉีกหน้าอีกฝ่าย "อยากให้ฉันเชื่อเธอเหรอ? ได้สิ ไปจูบผู้ชายทุกคนในห้องนี้คนละสิบนาทีสิ แล้วฉันจะเชื่อว่าเธอไม่ได้มีอะไรกับเชสจริงๆ"

ใบหน้าของบรีแอลซีดเผือด ร่างกายโอนเอนไปมา พวกผู้ชายทนเห็นผู้หญิงบอบบางถูกรังแกไม่ได้ สัญชาตญาณการปกป้องจึงทำงาน และหันมารุมตำหนิเซเรน่า

เซเรน่าขี้เกียจจะใส่ใจพวกเขาแล้ว เธอสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมของบรีแอลอย่างแรง เธอไม่ได้ผลักใครเลย แต่บรีแอลกลับทำท่าเหมือนถูกผลักจนเซถอยหลังไปหลายก้าว ทำทีราวกับกำลังจะล้มลง

เชสพุ่งเข้ามาทันเวลาพอดี เขาคว้าเอวเธอไว้ ก่อนจะตวัดสายตาขวับไปจ้องเซเรน่าเขม็ง "คุณยังก่อเรื่องไม่พออีกหรือไง? ผมว่าคุณคงถูกตามใจมานานเกินไปแล้ว ถึงได้กล้าลงไม้ลงมือกับผู้หญิงคนอื่นแถมยังพูดจาร้ายกาจแบบนั้น ขอโทษเธอเดี๋ยวนี้!"

บทถัดไป